บทที่ 2 คนที่มาช้า

ธวัชฟังข้อความเสียงเป็นครั้งที่สาม ก่อนลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อ

เขาโทรหาสุรีย์อีกสองครั้ง สายไม่เข้าแล้ว

ในบทสนทนามีข้อความเก่าที่เธอส่งไว้เมื่อหลายเดือนก่อน เป็นที่อยู่สำหรับส่งหนังสือที่ยืมไป เขาเปิดค้างไว้แล้วโทรแจ้งตำรวจ บอกสิ่งที่ได้ยินตามจริง รวมทั้งเรื่องที่เธอกำลังจะมาพบเขา

เจ้าหน้าที่ถามว่าเธอเคยพูดถึงการทำร้ายตัวเองหรือไม่

“ไม่ครับ แต่ผมคิดว่ามีคนอยู่กับเธอ”

“ได้ยินเสียงอีกคนหรือครับ”

ธวัชชะงัก

“ไม่ได้ยินครับ” เขาตอบ “เธอหยุดพูดกลางประโยค แล้วโทรกลับไปก็ติดต่อไม่ได้”

รถสายตรวจจอดหน้าบ้านตอนเกือบสี่ทุ่ม

ธวัชมาถึงหลังจากนั้น เด็กสาวบ้านข้าง ๆ ยืนอยู่กับแม่ตรงรั้ว เมื่อเห็นเขา เธอรีบบอกตำรวจว่าเพิ่งนำพัสดุมาให้เจ้าของบ้าน

“ตอนนั้นป้ายังพูดกับหนูอยู่เลยค่ะ”

เจ้าหน้าที่เรียกสุรีย์จากหน้าประตู ไม่มีเสียงตอบ

ไฟชั้นล่างดับ แต่บนห้องนอนมีแสงลอดม่านออกมา รถของเธอยังอยู่ในโรงจอด รองเท้าแตะวางข้างขั้นบันได

“ผมเป็นคนแจ้งครับ”

ธวัชยื่นบัตรให้เจ้าหน้าที่ดู เปิดข้อความเสียงและบอกเวลาที่ติดต่อเธอครั้งสุดท้าย

ระหว่างนั้นตำรวจอีกนายเดินกลับมาจากด้านข้างบ้าน

“ประตูหลังปิด แต่ไม่ได้ลงกลอนครับ”

เจ้าหน้าที่ให้ทุกคนรอด้านนอก ก่อนเข้าตรวจภายใน

ไม่นาน เสียงวิทยุจากในบ้านก็ดังขึ้น

เจ้าหน้าที่ขอกำลังสนับสนุนและรถพยาบาล

ธวัชเงยหน้ามองหน้าต่างชั้นสอง

ม่านถูกดึงปิดจากข้างใน

ภูเมืองรับโทรศัพท์ตอนกำลังหาที่จอดรถหน้าร้านข้าวต้ม

นวลละออนั่งอยู่ข้างเขา ถุงขนมที่ซื้อฝากพี่อิ่มวางบนตัก เธอเห็นสีหน้าเขาเปลี่ยน จึงลดเสียงเพลงลง

“ครับ ผมจะเข้าไป”

เขาวางสาย แต่ยังไม่เคลื่อนรถ

“มีคนเสียชีวิตครับ ผู้แจ้งเป็นหมอธวัช”

“อาจารย์เป็นอะไรไหมคะ”

“ปลอดภัยครับ อยู่หน้าที่เกิดเหตุ”

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที มีสายจากโรงพยาบาลเข้ามาพอดี

ภูเมืองมองเธอคุยงานจนจบ

“ต้องไปเหมือนกันหรือครับ”

“ค่ะ คืนนี้ฉันอยู่เวร”

นวลมองป้ายร้านผ่านกระจก ก่อนหยิบขนมปังในถุงยื่นให้เขาหนึ่งชิ้น

“กินก่อนค่ะ เดี๋ยวก็ลืมอีก”

เขารับไป แต่ยังไม่แกะ

“คราวนี้หมอไปด้วย ผมยังติดมื้อเย็นอยู่ไหมครับ”

“ติดค่ะ”

“ฉันยังไม่ได้กินสักคำ”

ภูเมืองยิ้มบาง ๆ ก่อนขับออกสู่ถนน

เมื่อทั้งคู่มาถึง บ้านถูกกั้นพื้นที่แล้ว

ธวัชนั่งอยู่บนเก้าอี้ที่เพื่อนบ้านนำมาให้ เขาลุกขึ้นทันทีที่เห็นนวล

“อาจารย์ได้เข้าไปหรือยังคะ”

“ยัง ตำรวจให้นั่งรอ”

เขายื่นโทรศัพท์ให้ภูเมือง บอกว่ามีข้อความที่ต้องฟัง

นวลยืนอยู่ข้าง ๆ

เมื่อเสียงสุรีย์พูดถึงห้องเจ็ด ธวัชก้มมองมือของตัวเอง

ภูเมืองฟังจนจบแล้วถาม

“อาจารย์รู้ไหมครับว่าเธอหมายถึงที่ไหน”

“น่าจะเป็นที่ทำงานเก่า แต่ผมยังไม่แน่ใจ”

“เธอจะมาพบอาจารย์เรื่องอะไรครับ”

“เธอบอกแค่ว่ามีเรื่องผู้ป่วยที่อยากคุย แล้วก็ถามว่าผมยังเก็บข้อมูลการตรวจศพเก่าไว้ไหม ผมเลยนัดให้มาพรุ่งนี้”

“ศพใครครับ”

ธวัชเงียบไป ก่อนตอบ

“เธอยังไม่ได้บอกชื่อ”

ภูเมืองจดคำตอบและขอให้เก็บข้อความต้นฉบับไว้ จากนั้นประสานพนักงานสอบสวนให้รับข้อมูลจากธวัชต่อ

นวลหันมาหาอาจารย์

“นั่งก่อนนะคะ”

“นวล”

เธอหยุด

“ถ้ามีอะไรที่ต้องตรวจเพิ่ม ก็ทำให้ครบ”

“ค่ะ”

ห้องนอนอยู่ด้านหน้าของชั้นสอง

นวลเข้าไปหลังประสานเจ้าหน้าที่ในพื้นที่เรียบร้อย เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานกำลังบันทึกภาพ ภูเมืองรออยู่ใกล้ประตู ไม่แตะสิ่งของ

สุรีย์นอนหงาย ผ้าห่มดึงขึ้นถึงอก ขอบสองข้างพับไว้เรียบร้อย

บนโต๊ะข้างเตียงมีแก้วน้ำหนึ่งใบกับยาที่วางอยู่ในซอง

แต่ใบหน้าของเธอไม่ได้สงบตามสภาพเตียง

ดวงตาเปิดค้าง ริมฝีปากแยกออกเล็กน้อย ตรงมุมปากมีคราบแห้งติดอยู่ หมอนเปียกเป็นวงใต้แก้ม

นวลมองภาพรวมก่อนเริ่มตรวจตามขั้นตอน

เมื่อบันทึกสภาพเดิมครบแล้ว ผ้าห่มจึงถูกเปิดออกอย่างระมัดระวัง

ข้อมือทั้งสองถูกยึดไว้ข้างลำตัวด้วยสายรัดเก่า ผิวบริเวณขอบสายมีรอยถลอก บางแห่งเห็นคราบเลือด

เสื้อนอนถูกดึงลงปิดหน้าท้อง ชายเสื้อเรียบจนผิดกับรอยยับบริเวณหัวไหล่

ภูเมืองขยับเข้ามาเท่าที่เจ้าหน้าที่อนุญาต

“พอบอกสาเหตุได้ไหมครับ”

“ยังค่ะ ต้องตรวจภายในและเก็บตัวอย่างเพิ่มเติม”

เธอหยุดมองรอยที่ข้อมือ

“ต้องเก็บสายรัดกับบันทึกตำแหน่งให้ครบก่อนถอดนะคะ”

นนท์ซึ่งเพิ่งตามมาถึงรับคำ เขาตรวจภาพกับเจ้าหน้าที่ก่อนบันทึกส่วนที่ต้องใช้ประกอบงานตรวจศพ

ตอนก้มลงใกล้ขอบเตียง เขาหยุด

“หมอครับ ตรงนี้มีของ”

ปุ่มพลาสติกสีครีมวางอยู่ข้างสะโพกผู้ตาย สายขาดสั้น ๆ ถูกสอดไว้ใต้ฝ่ามือ

ภูเมืองมองตาม

“ของบ้านนี้หรือครับ”

ไม่มีใครตอบ

เสียงร้องไห้ของลูกสาวสุรีย์ดังมาจากหน้าบ้านขณะนวลเดินลงบันได

หญิงสาวยังใส่ชุดทำงาน กระเป๋าสะพายหลุดจากไหล่ เธอพยายามบอกตำรวจว่าแม่เพิ่งโทรถามว่าจะกลับบ้านวันไหน

ธวัชลุกไปรับเธอไว้ตอนเข่าทรุด

นวลหยุดอยู่บนขั้นบันได ปล่อยให้เจ้าหน้าที่พาครอบครัวไปนั่งในจุดที่จัดไว้ ก่อนหันกลับมาหาภูเมือง

เขายืนมองเก้าอี้ตัวหนึ่งข้างผนัง

“มีอะไรคะ”

“ดาบชัชกำลังมา ผมจะให้ช่วยตามเรื่องพัสดุ”

เขาพูดแล้วเงียบไป

ขาเก้าอี้มีรอยครูดยาว บนพื้นใกล้ประตูหน้าบ้านปรากฏรอยคล้ายกัน

นวลมองตาม แต่ยังไม่พูดอะไร

จากชั้นบนมีเสียงติ๊งดังขึ้นหนึ่งครั้ง

ทั้งคู่เงยหน้า

นนท์เดินมาถึงหัวบันไดพอดี กล้องยังอยู่ในมือ

“เมื่อกี้ใครกดอะไรครับ”

ภูเมืองมองเลยเขาไปยังประตูห้องนอน

เจ้าหน้าที่อีกคนเดินออกมา ถือถุงบรรจุของกลางไว้ตรงหน้า

ปุ่มเรียกสีครีมอยู่ข้างใน

ปลายสายที่ถูกตัดหันเข้าหาพวกเขา

“ผมยังไม่ได้แตะเลยครับ”

เสียงติ๊งดังขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้นวลได้ยินชัดว่ามันมาจากในถุง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป